วันพฤหัสบดีที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ต้นไม้แปลกประหลาดในโลก

มาดูต้นไม้แปลกประปลาดในโลก  ใครหลายคนยังไม่เคยเห็น ... ^___^

ต้นไม้ แปลกที่สุด ในโลก *O* !!
ต้น Lone Cypress
ต้น Lone Cypress ขึ้นต้องแรงปะทะโดยลมหนาวจาก มหาสมุทรแปซิฟิกอยู่ที่ชายหาด Pebble ในมอนทาเร่ รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา แม้จะมีขนาด ไม่ใหญ่โตมาก แต่มันตั้งเด่นเป็นสง่า (แบบว้าเหว่) อยู่ท่ามกลางทัศนียภาพที่สวยงามของมหาสมุทรแปซิฟิ


ต้นไม้ แปลกที่สุด ในโลก *O* !!
ต้น Circus Axel Erlandson

ต้น Circus Axel Erlandson เกษตรกรปลูกถั่วคนหนึ่งได้ดัดแปลง และแกะสลักต้นไม้เป็นรูปร่างและลวดลายที่แสนมหัศจรรย์ จริงๆ เขาได้ตั้งชื่อมันว่าต้น "Circus" นี่คือตัวอย่างเจ้าต้น Circus ที่คิดว่ากว่าจะทำได้คงลำบากน่าดู


ต้นไม้ แปลกที่สุด ในโลก *O* !!
ต้น Giant Sequoias
ต้น Giant Sequoias ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในต้นไม้ที่ใหญ่ ที่สุดในโลก ปลูกใน เซียร์ร่า เนวาดา รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งต้น Giant Sequoias ที่ใหญ่ที่สุดคือพันธุ์ Genaeral Sherman ตั้งตระหง่านใหญ่ยักษ์อยู่ใน Sequoia National Park มีลำต้นสูงถึง 275 ฟุต ( 83.8 เมตร) และหนัก 6,000 ตัน

ต้นไม้ แปลกที่สุด ในโลก *O* !!
ต้น Coast Redwood 
ต้น Coast Redwood ถือเป็นต้นไม้ที่สูงที่สุดในโลก โดยเจ้าต้นที่ชื่อว่า Hyperion ใน Redwood National Park นั้นมีความสูงกว่า 379 ฟุต (115 เมตร) จุดเด่นของมันก็คือ ต้น Coast Redwood จะประกอบไปด้วยต้นแคลิฟอร์เนีย เรดวู้ดยักษ์ถึง 4 ต้น ซึ่งมันใหญ่ขนาดที่ว่าเราสามารถขับรถผ่านได้

ต้นไม้ แปลกที่สุด ในโลก *O* !!
 ต้น Chapel - Oak of Allouvill - Bellefosse
ต้น Chapel - Oak of Allouvill - Bellefosse เป็น ต้นไม้ที่มีชื่อเสียงที่สุดในฝรั่งเศส มันไม่ใช่เพียงแค่ ต้นไม้ธรรมดา แต่เป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาอีกด้วย ในปัจจุบันบางส่วนของโอ๊คต้นนี้ได้ร่วงเลยไปบ้างแล้ว ตามกาลเวลา แต่ผู้คนที่นั่นใช้เสาและสายเคเบิ้ลในการ รองรับต้นไม้เก่าแก่ต้นนี้

ต้นไม้ แปลกที่สุด ในโลก *O* !!
ต้น Pando หรือ Trembling Giant 
ต้น Pando หรือ Trembling Giant ในรัฐยูท่าห์ ประกอบไปด้วยกว่า 47,000 กิ่งก้านสาขาที่แผ่ขยายไป ทั่วพื้นที่ 107 เอเคอร์ หนักประมาณ 6,600 ตัน และมีระบบรากแก้วใต้ดินที่ใหญ่โตมาก เฉลี่ยแล้ว แต่ละกิ่งก้านนั้นมีอายุประมาณ 130 ปี รวมทั้งระบบ ของต้น Pando เหล่านี้ศิริอายุร่วม 80,000

ต้นไม้ แปลกที่สุด ในโลก *O* !!
ต้น Tule
ต้น Tule เป็นต้นที่ใหญ่ที่สุดในต้นไม้ตระกูล Montezuma Cypress ตั้งอยู่ใกล้กับเมือง Oaxaca ประเทศเม็กซิโก มีขนาดลำต้นโดยรอบ 190 ฟุต ( 58 เมตร) ซึ่งมีความหนาจนผู้คนพูดว่าแทนที่ คุณจะโอบกอดมัน…มันกลับโอบกอดคุณแทน

ต้นไม้ แปลกที่สุด ในโลก *O* !!
ต้น Banyan
ต้น Banyan ตั้งชื่อตาม "banians" หรือผู้บุกรุก ชาวฮินดูที่ทำกิจกรรมต่างๆ ภายใต้ต้นไม้นี้ และ ต้น Banyan เคยเป็นบ้านต้นไม้ของโรบินสัน ครูโซมาแล้วด้วย

ต้นไม้ แปลกที่สุด ในโลก *O* !!
 ต้นสน Bristlecone
ต้นสน Bristlecone ถือได้ว่าเป็นต้นไม้ที่เก่าแก่มาก ซึ่งพันธุ์ Methuselah นั้นจัดเป็นต้นไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ที่มีอายุ 4,838 ปี อยู่เหนือระดับน้ำทะเลถึง 11,000 ฟุต

ต้นไม้ แปลกที่สุด ในโลก *O* !!
ต้น Baobab หรือ ต้นขนมปังลิง! (monkey bread tree)
ต้น Baobab หรือ ต้นขนมปังลิง! (monkey bread tree) สามารถ เติบโตได้ถึง 100 ฟุตและกว้าง 35 ฟุต สิ่งแปลก ประหลาดของต้นไม้นี้ก็คือ ภายใต้ลำต้นที่บวมนี้ คือ ที่เก็บน้ำที่จุได้มากถึง 120,000 ลิตร ไว้ใช้ในสภาวะอากาศแห้งแล้ง 



แหล่งอ้างอิง : 
http://webboard.sanook.com
http://atcloud.com
http://www.dek-d.com

Communication for Research

บทบาทของการสื่อสารทั้งทางการพูดและการเขียนสำหรับการวิจัย 

.....การสื่อสาร คือ กระบวนการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสารระหว่างบุคคลต่อบุคลหรือบุคคลต่อกลุ่ม โดยใช้สัญลักษณ์ สัญญาณ หรือ พฤติกรรมที่เข้าใจกัน
.....การวิจัย คือ กระบวนการหาความรู้ความจริงใหม่  ที่มีระบบแบบแผนตามหลักวิชา  อาศัยหลักเหตุผล ที่รอบคอบ  รัดกุม ละเอียดและเชื่อถือได้  และความรู้ความจริงนั้นจะนำไปเป็นหลักการ ทฤษฎี หรือ ข้อปฏิบัติที่ทำให้มนุษย์ได้รับรู้และนำไปใช้เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตด้วยความสงบสุขหรือป้องกันและหลีกเลี่ยงภัยอันตรายต่าง ๆ ได้ 

.....บทบาทของการสื่อสารทางการพูดและการเขียนที่มีผลต่อการวิจัย
..........ผู้ทำงานวิจัยหรือเจ้าของงานวิจัยจะนำเสนอผลงานผ่านทางการพูดและการเขียน  เพื่อเผยแพร่งานวิจัยที่ตนเองค้นพบหรืองานวิจัยที่ตนเองศึกษาต่อไป

.....การสื่อสารทางการพูดต่อการวิจัย
km.kmutt.ac.th
..........การสื่อสารทางการพูด คือ เครื่องมือที่มนุษย์ใช้ในการสื่อสารระหว่างกัน เพื่อถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความรู้สึก หรือ ความต้องการของผู้พูด เพื่อสื่อความหมายไปยังผู้ฟังโดยใช้ถ้อยคำ น้ำเสียง และ อากัปกิริยาท่าทาง จนเป็นที่เข้าใจกันได้
..........การพูดเพื่อการวิจัย ผู้พูดมีวัตถุประสงค์ในการพูดเพื่อที่จะให้ผู้ฟังรับรู้และเข้าใจในงานวิจัยของตน ผ่านสิ่งที่ตนสื่อสารออกไปทางคำพูด บทบาทของการพูดที่มีผลต่อการวิจัย เช่น
1. เพื่อให้ผู้ฟังรับรู้และเข้าใจงานวิจัยที่ผู้พูดสื่อออกไป
2. หากผู้พูดมีการพูดอ้างอิงถึงงานวิจัยอื่นที่ได้รับการยอมรับ เพื่อสนับสนุนและยืนยันงานวิจัยของตนให้น่าเชื่อถือจากผู้ฟัง
3. ไม่ควรอ่านหรือท่อง ควรพูดให้เป็นธรรมชาติที่สุด เหมือนกับเป็นการพูด หรือ  อธิบาย เพื่อไม่ให้น่าเบื่อจนเกินไป และ เพื่อแสดงให้เห็นว่าผู้พูดมีความรู้และความเข้าใจในงานวิจัยของตนอย่างแท้จริง
4. ผู้พูดควรจัดลำดับสิ่งที่จะพูด เริ่มจากการพูดถึงภาพรวมของงานวิจัย และ  อธิบายทีละขั้นตอน โดยยึดกลุ่มผู้ฟังเป็นสำคัญว่าควรพูดให้เจาะรายละเอียดลงลึกงานวิจัยของตนให้ผู้ฟังมากน้อยเพียงใด
5. ผู้พูดควรวางตัวให้หน้าเชื่อถือ และ มีมารยาทในการพูด
มารยาทที่ผู้พูดควรปฏิบัติ เช่น
>>ทักทายผู้ฟังให้ถูกต้อง เหมาะสม ตามสถานภาพผู้ฟัง 
>>ใช้คำพูดที่แสดงถึงความมีมารยาทอยู่เสมอ เช่น ขอโทษ ขอบใจ ขอบคุณ
>>ใช้คำพูดและน้ำเสียงที่สุภาพ ให้เกียรติผู้ฟัง ไม่ใช้น้ำเสียงดุดัน หยาบคาย
>>ไม่พูดยืดยาว นอกประเด็น พูดวกวนซ้ำซากจนน่าเบื่อ

.....การสื่อสารทางการเขียนต่อการวิจัย
หลักการเขียนกิตติกรรมประกาศ
www.zoneza.com
..........การสื่อสารทางการเขียน คือ การแสดงความรู้ ความคิด ความรู้สึก และ ความต้องการ ของผู้ส่งสารออกไปเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้ผู้รับสารสามารถอ่านเข้าใจ  ได้รับทราบ
..........การเขียนเพื่อการวิจัย ผู้เขียนมีวัตถุประสงค์ในการเขียนเพื่อที่จะให้ผู้อ่านรับรู้และเข้าใจในงานวิจัยของตนผ่านงานเขียน บทบาทของการเขียนที่มีผลต่อการวิจัย  เช่น
1. งานวิจัยหากมีการถ่ายทอดโดยวิธีบอกเล่า การพูด อาจทำให้ข้อความตกหล่นหรือคลาดเคลื่อนได้ง่าย การเขียนจึงสามารถช่วยให้ข้อความ เนื้อหา ของสิ่งที่ผู้ทำวิจัยต้องการจะให้ผู้อื่นทราบ ยังคงอยู่ครบถ้วน ไม่ตกหล่น หรือ ขาดหายไป
2. ในการเขียน  ต้องเขียนให้กระจ่าง ชัดเจน เพราะผู้อ่านไม่สามารถไต่ถามผู้เขียนได้ในกรณีที่อ่านไม่เข้าใจ 
3. มีการอ้างอิงงานวิจัยอื่นเพื่อให้งานวิจัยน่าเชื่อถือ และ หากมีการการนำงานวิจัยอื่นมาเขียนต้องเขียนอ้างอิงด้วย
4. มีวิธีการนำเสนอข้อมูลอย่างเหมาะสม เช่น การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบของ กราฟเส้น กราฟแท่ง หรือ ตาราง เป็นต้น
5. ควรเขียนด้วยภาษาทางการ สุภาพ และ เขียนให้ถูกต้องตามหลักของการเขียนงานวิจัย
องค์ประกอบที่สำคัญของการเขียนงานวิจัย มีดังนี้
>>บทคัดย่อ
>>กิตติกรรมประกาศ
>>สารบัญ
>>สารบัญรูป
>>สารบัญตาราง
>>บทที่ 1  บทนำ
>>บทที่ 2  เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
>>บทที่ 3  วิธีดำเนินการวิจัย
>>บทที่ 4  การวิเคราะห์ข้อมูล
>หลักการเขียนโดยทั่วไป  มีดังนี้
>>ข้อมูลถูกต้อง ใช้ภาษาได้ถูกต้องเหมาะสมตามกาลเทศะ
>>ใช้คำที่มีความหมายชัดเจน เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจได้ตรงตามจุดประสงค์
>>ใช้คำที่มีความกระชับและเรียบง่าย ไม่ฟุ่มเฟือย เพื่อให้ได้ใจความชัดเจนกระชับ  ไม่ทำให้ผู้อ่านเกิดความเบื่อหน่าย
>>มีความไพเราะทางภาษา คือ ใช้ภาษาสุภาพ
>>มีความรับผิดชอบ คือ ต้องแสดงความคิดเห็นอย่างสมเหตุสมผล มุ่งให้เกิดความรู้และทัศนคติอันเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น

จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าการสื่อสารทางการพูดและการเขียนมีบทบาทสำคัญต่องานวิจัยอย่างมาก หากผู้ทำการวิจัยทราบหลักการและวิธีปฏิบัติที่ถูกต้องแล้ว ก็จะสามารถนำเสนอและเผยแพร่งานวิจัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ เป็นที่ยอมรับของผู้ฟังและผู้อ่าน ส่งผลให้เกิดเป็นประโยชน์แก่สังคมต่อไป


วันพุธที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2556

Moodle for Educational Innovation

MOODLE สู่นวัตกรรมการศึกษา

http://thechiccutting.blogspot.com

.....“นวัตกรรมทางการศึกษา” หมายถึง การนำความคิดใหม่ วิธีการใหม่มาใช้ หรือพัฒนา ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง เพิ่มเติมความคิดเดิม  ที่ช่วยให้เกิดกระบวนการเรียนรู้เพื่อการเจริญงอกงามของบุคคลและสังคม

นวัตกรรมทางการศึกษาในปัจจุบันมีการใช้กันมากมายและมีการนำไปใช้กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งประเภทของนวัตกรรมที่กำลังเผยแพร่ ยกตัวอย่างเช่น การเรียนการสอนที่ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer Aids Instruction) การใช้แผ่นวิดีทัศน์เชิงโต้ตอบ (Interactive Video) สื่อหลายมิติ ( Hypermedia ) และอินเทอร์เน็ต [Internet] เป็นต้น ซึ่งมีโปรแกรมต่าง ๆ มากมายที่สามารถพัฒนานำมาประยุกต์ใช้เพื่อการศึกษาได้ และโปรแกรมที่น่าสนใจโปรแกรมหนึ่งคือ โปรแกรม “Moodle

.....มูเดิ้ล (Moodle = Modular Object-Oriented Dynamic Learning Environment) คือ โปรแกรมที่ประมวลผลในเครื่องบริการ (Server-Side Script) ทำหน้าที่ให้บริการระบบอีเลินนิ่ง ทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถเปิดบริการแก่ครู และนักเรียน ผ่านบริการ ระบบ คือ
1)ระบบซีเอ็มเอส หรือ ระบบจัดการเนื้อหา (CMS = Course Management System) บริการให้ครูสามารถจัดการเนื้อหา เตรียมเอกสาร สื่อมัลติมีเดีย แบบฝึกหัดตามแผนการจัดการเรียนรู้
2)ระบบแอลเอ็มเอส หรือระบบจัดการเรียนรู้ (LMS = Learning Management System) บริการให้นักเรียนเข้าเรียนรู้ตามลำดับ ตามช่วงเวลา ตามเงื่อนไขที่ครูได้จัดเตรียมอย่างเป็นระบบ และประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียน พร้อมแสดงผลการตัดเกรดอัตโนมัติ
                                                                        
                                                                      ต้นกำเนิด
Martin   Dougiamas
.....ผู้พัฒนา moodle คือ  Martin   Dougiamas เป็นผู้ดูแลระบบการเรียนการสอนออนไลน์ Curtin University  
ประเทศออสเตรเลีย 
โปรแกรม Moodle เวอร์ชั่น1.0 ถูกเผยแพร่ครั้งแรกช่วงเดือนสิงหาคม พ.ศ.2545

http://uhost.rmutp.ac.th/mongkon.c/wp-content/uploads/2011/03/__3.html




.....ความหมายของอีเลินนิ่ง หรือ อีเลิร์นนิ่ง (e-Learning) คือ การใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ โดยมีการพัฒนา และความก้าวหน้าของเทคโนโลยีตลอดเวลา หรือ การเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์  โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ตเข้ามาส่งเสริมการเรียน การสอนให้เกิดประสิทธิผล

MOODLE” สู่นวัตกรรมการศึกษา


.....ในปัจจุบันมีสถานศึกษาหลายแห่งและผู้สอนจำนวนมากที่ใช้ moodle เข้ามาช่วยในการเรียนการสอน ผู้สอนสามารถใช้เป็นพื้นที่ใส่เอกสารอย่างเป็นหมวดหมู่ เช่น เอกสารประกอบการเรียนแต่ละรายวิชา หรือ เกร็ดความรู้ต่าง ๆ เป็นต้น เพื่อใช้ในการเผยแพร่ข้อมูลให้แก่ผู้เรียน  ซึ่งผู้เรียนสามารถเข้ามาศึกษา และ ดาวน์โหลดไฟล์เอกสารเพื่อนำไปใช้ประกอบการเรียนได้ ทั้งนี้ผู้สอนสามารถสร้างแหล่งข้อมูลใหม่ หรือเผยแพร่เอกสารที่ทำไว้ เช่น Microsoft Office, Web Page, PDF หรือ Image เป็นต้น  Moodle มีระบบที่สามารถใช้ติดต่อสื่อสารระหว่างผู้สอน ผู้เรียน และ ผู้ร่วมชั้นเรียน เช่น chat หรือ webboard เป็นต้น ผู้เรียนสามารถฝากข้อความสนทนา คำถามไว้ หรือ สนทนาแบบออนไลน์ได้  นอกจากนี้ผู้สอนยังสามารถสร้างแบบทดสอบ การบ้าน และ กิจกรรมผ่านทาง moodle เพื่อให้ผู้เรียนเข้าไปทำแบบทดสอบด้วยตนเองผ่านทางอินเตอร์เน็ตได้ ซึ่งจะมีระบบให้คะแนนต่อการส่งงาน การทำแบบฝึกหัด พร้อมทั้งตรวจให้คะแนนแล้วแสดงออกมาทาง Excel



.....จะเห็นได้ว่าโปรแกรม Moodle เป็นนวัตกรรมหนึ่งที่สามารถพัฒนานำไปใช้ในทางการศึกษาได้ ไม่ว่าจะเป็นการฝากไฟล์เอกสารประกอบการเรียนและการจัดกิจกรรมของผู้สอน การสนทนาระหว่างผู้สอนกับผู้เรียนหรือระหว่างผู้เรียนด้วยกัน และ การทำกิจกรรมต่าง ๆ หรือแบบทดสอบของผู้เรียนผ่านโปรแกรม moodle เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้ผู้สอนมีสื่อการสอนที่หลากหลายและมีสื่อการสอนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนผู้เรียนก็จะมีแหล่งความรู้เพิ่มขึ้นจากในห้องเรียนและมีความสามารถทางด้านการเรียนที่ดียิ่งขึ้น  ทั้งยังสามารถสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนกับผู้เรียนได้อีกด้วย


วันพฤหัสบดีที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2556

Information Technology of Education

เทคโนโลยีสารสนเทศและการศึกษา

    
    เทคโนโลยีสารสนเทศ คือ การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับระบบสารสนเทศ ตั้งแต่กระบวนการจัดเก็บข้อมูล ประมวลผลของข้อมูล และเผยแพร่ข้อมูลทางสารสนเทศ เพื่อช่วยให้สารสนเทศมีประสิทธิภาพและสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไปได้

    ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศได้เข้ามามีบทบาทมากมาย
ในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการคมนาคมและการสื่อสาร ด้านสาธารณสุข ด้านการเงิน และด้านธุรกิจ เป็นต้น เพื่อใช้เทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยจัดการกับสารสนเทศ ในส่วนของการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือหลักที่สามารถนำมาใช้ในการเรียนการสอน การจัดการกับระบบการศึกษา การบริหารการศึกษา การวางแผนหลักสูตร การแนะแนวและบริการ การทดสอบวัดผล และ การพัฒนาบุคลากร

> เทคโนโลยีสารสนเทศสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการศึกษาได้หลายรูปแบบ เช่น
1. ระบบสารสนเทศช่วยในการเรียนการสอน
2. การสอนทางไกลผ่านดาวเทียม
3. การประชุมทางไกลผ่านระบบจอภาพ
4. ระบบฐานข้อมูลการศึกษา
5. ระบบสารสนเทศเอกสาร


> เครื่องมือทางเทคโนโลยีสารสนเทศที่ใช้ในการศึกษา เช่น

1. เครื่องเสียง เช่น  เครื่องขยายเสียง เครื่องเล่น CD / DVD เครื่องเล่นเทปบันทึกเสียง ไมโครโฟนและชุดลำโพง โทรทัศน์ วิทยุ  เป็นต้น
2.  เครื่องฉาย เช่น  เครื่องฉายสไลด์ (Slide projector), เครื่องฉายวัสดุทึบแสง (Visualizer), เครื่องฉายวิดีทัศน์(video projector),  LCD TV
3.  ป้าย บอร์ด
4.  แท็บเล็ต (tablet)

5.  คอมพิวเตอร์ (computer)        
6.  อินเทอร์เน็ต (internet)
  


 
kkwunsanaye.wordpress.com
เว็บไซต์ต่าง ๆ ที่สามารถใช้สร้างเป็นสื่อการสอนได้
 
7.  โทรทัศน์ตามสายและผ่านดาวเทียม (cable and sattleite TV) 
8.  เทคโนโลยีมัลติมีเดีย (multimedia technology)


> เทคโนโลยีสารสนเทศมีผลต่อกระบวนทัศน์ทางการศึกษา  ดังนี้

>>...การลงทะเบียนของนิสิตนักศึกษา โดยทำการลงทะเบียนผ่านอินเตอร์เน็ต  ซึ่งช่วยให้นิสิตนักศึกษาทำการดำเนินการลงทะเบียนเรียนได้สะดวกและง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้ทางมหาวิทยาลัยสามารถรวบรวมข้อมูลและตรวจสอบข้อมูลของนิสิตผ่านระบบที่นิสิตลงทะเบียนได้
>>...การใช้บริการจากห้องสมุด เช่น การยืมหนังสือหรือซีดีโดยจัดเก็บข้อมูลการยืมไว้ในคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้นิสิตนักศึกษาสามารถต่ออายุการยืมหนังสือหรือแผ่นซีดีการเรียนรู้ผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้
>>...การเรียนผ่านระบบออนไลน์  ในกรณีที่นิสิตนักศึกษาไม่สะดวกที่จะมาเรียนในห้องเรียนก็สามารถที่จะเรียนผ่านระบบออนไลน์ของทางมหาวิทยาลัยได้ และสามารถเปิดดูการสอนย้อนหลังผ่านทางอินเตอร์เน็ตได้
>>...
ช่วยให้คุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียนดีขึ้น ทำให้นักเรียนเข้าใจในเนื้อหาที่ครูสอนได้มากขึ้น เช่น สื่อการสอนจากอินเทอร์เนต ไม่ว่าจะเป็นส่วนของเนื้อหา รูปภาพ หรือ วีดีโอ  สื่อมีส่วนช่วยให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้มากขึ้น
>>...สื่อสามารถแก้ปัญหาอุปสรรคการเรียนบางประการได้ เช่น สามารถทำสิ่งที่เร็วให้ช้าลงได้ ทำสิ่งที่เล็กให้ใหญ่ขึ้นได้ ทำสิ่งที่อยู่ไกลมาอยู่ใกล้ได้ ทำสิ่งที่อยู่ในอดีตมาอยู่ในปัจจุบันได้ เป็นต้น
>>...ทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้
>>...ส่งเสริมให้นักเรียนสามารถจดจำเนื้อหาได้มากขึ้น จดจำได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น



> เทคโนโยสารสนเทศมีผลต่อตัวฉัน ดังนี้
>>...การลงทะเบียนเรียนผ่านอินเตอร์เน็ตก็สามารถช่วยให้ลงทะเบียนได้สะดวกและรวดเร็วขึ้นไม่จำเป็นต้องไปทำการลงทะเบียนถึงมหาวิทยาลัย   
>>...การเรียนผ่านสื่อออนไลน์ ในเวลาที่ไม่สะดวกที่จะเข้าฟังบรรยายในห้องเรียน ณ เวลาที่อาจารย์สอนได้ ก็สามารถเรียนผ่านทางอินเตอร์เน็ต นอกสถานที่ได้ หรือ สามารถกลับมาดูวีดีโอบันทึกการสอนย้อนหลังได้ 
>>...การหาข้อมูลเอกสารงานวิจัยของทางมหาวิทยาลัย หน่วยงานหรือมหาวิทยาลัยอื่นผ่านระบบฐานข้อมูลของมหาวิทยาลัยโดยไม่จำเป็นต้องไปหาข้อมูลจากแหล่งเก็บข้อมูลจริง ช่วยให้การหาข้อมูลเป็นไปได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทางจากที่พักมายังมหาวิทยาลัย 
    นอกจากเทคโนโลยีสารสนเทศมีผลต่อฉันด้านการศึกษาแล้วยังมีผลต่อการดำรงชีวิตประจำวัน เช่น ข้อมูลข่าวสาร และ ความบันเทิงในรูปต่าง ๆ เป็นต้น


    จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีสารสนเทศมีความสำคัญและเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการศึกษา  เมื่อเรามีเครื่องมือทางการศึกษานั่นคือเทคโนโลสารสนเทศอยู่ในมือแล้ว  เราควรใช้เครื่องมือนี้ในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการเรียนให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์ให้มากที่สุด