วันพฤหัสบดีที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

Communication for Research

บทบาทของการสื่อสารทั้งทางการพูดและการเขียนสำหรับการวิจัย 

.....การสื่อสาร คือ กระบวนการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสารระหว่างบุคคลต่อบุคลหรือบุคคลต่อกลุ่ม โดยใช้สัญลักษณ์ สัญญาณ หรือ พฤติกรรมที่เข้าใจกัน
.....การวิจัย คือ กระบวนการหาความรู้ความจริงใหม่  ที่มีระบบแบบแผนตามหลักวิชา  อาศัยหลักเหตุผล ที่รอบคอบ  รัดกุม ละเอียดและเชื่อถือได้  และความรู้ความจริงนั้นจะนำไปเป็นหลักการ ทฤษฎี หรือ ข้อปฏิบัติที่ทำให้มนุษย์ได้รับรู้และนำไปใช้เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตด้วยความสงบสุขหรือป้องกันและหลีกเลี่ยงภัยอันตรายต่าง ๆ ได้ 

.....บทบาทของการสื่อสารทางการพูดและการเขียนที่มีผลต่อการวิจัย
..........ผู้ทำงานวิจัยหรือเจ้าของงานวิจัยจะนำเสนอผลงานผ่านทางการพูดและการเขียน  เพื่อเผยแพร่งานวิจัยที่ตนเองค้นพบหรืองานวิจัยที่ตนเองศึกษาต่อไป

.....การสื่อสารทางการพูดต่อการวิจัย
km.kmutt.ac.th
..........การสื่อสารทางการพูด คือ เครื่องมือที่มนุษย์ใช้ในการสื่อสารระหว่างกัน เพื่อถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความรู้สึก หรือ ความต้องการของผู้พูด เพื่อสื่อความหมายไปยังผู้ฟังโดยใช้ถ้อยคำ น้ำเสียง และ อากัปกิริยาท่าทาง จนเป็นที่เข้าใจกันได้
..........การพูดเพื่อการวิจัย ผู้พูดมีวัตถุประสงค์ในการพูดเพื่อที่จะให้ผู้ฟังรับรู้และเข้าใจในงานวิจัยของตน ผ่านสิ่งที่ตนสื่อสารออกไปทางคำพูด บทบาทของการพูดที่มีผลต่อการวิจัย เช่น
1. เพื่อให้ผู้ฟังรับรู้และเข้าใจงานวิจัยที่ผู้พูดสื่อออกไป
2. หากผู้พูดมีการพูดอ้างอิงถึงงานวิจัยอื่นที่ได้รับการยอมรับ เพื่อสนับสนุนและยืนยันงานวิจัยของตนให้น่าเชื่อถือจากผู้ฟัง
3. ไม่ควรอ่านหรือท่อง ควรพูดให้เป็นธรรมชาติที่สุด เหมือนกับเป็นการพูด หรือ  อธิบาย เพื่อไม่ให้น่าเบื่อจนเกินไป และ เพื่อแสดงให้เห็นว่าผู้พูดมีความรู้และความเข้าใจในงานวิจัยของตนอย่างแท้จริง
4. ผู้พูดควรจัดลำดับสิ่งที่จะพูด เริ่มจากการพูดถึงภาพรวมของงานวิจัย และ  อธิบายทีละขั้นตอน โดยยึดกลุ่มผู้ฟังเป็นสำคัญว่าควรพูดให้เจาะรายละเอียดลงลึกงานวิจัยของตนให้ผู้ฟังมากน้อยเพียงใด
5. ผู้พูดควรวางตัวให้หน้าเชื่อถือ และ มีมารยาทในการพูด
มารยาทที่ผู้พูดควรปฏิบัติ เช่น
>>ทักทายผู้ฟังให้ถูกต้อง เหมาะสม ตามสถานภาพผู้ฟัง 
>>ใช้คำพูดที่แสดงถึงความมีมารยาทอยู่เสมอ เช่น ขอโทษ ขอบใจ ขอบคุณ
>>ใช้คำพูดและน้ำเสียงที่สุภาพ ให้เกียรติผู้ฟัง ไม่ใช้น้ำเสียงดุดัน หยาบคาย
>>ไม่พูดยืดยาว นอกประเด็น พูดวกวนซ้ำซากจนน่าเบื่อ

.....การสื่อสารทางการเขียนต่อการวิจัย
หลักการเขียนกิตติกรรมประกาศ
www.zoneza.com
..........การสื่อสารทางการเขียน คือ การแสดงความรู้ ความคิด ความรู้สึก และ ความต้องการ ของผู้ส่งสารออกไปเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้ผู้รับสารสามารถอ่านเข้าใจ  ได้รับทราบ
..........การเขียนเพื่อการวิจัย ผู้เขียนมีวัตถุประสงค์ในการเขียนเพื่อที่จะให้ผู้อ่านรับรู้และเข้าใจในงานวิจัยของตนผ่านงานเขียน บทบาทของการเขียนที่มีผลต่อการวิจัย  เช่น
1. งานวิจัยหากมีการถ่ายทอดโดยวิธีบอกเล่า การพูด อาจทำให้ข้อความตกหล่นหรือคลาดเคลื่อนได้ง่าย การเขียนจึงสามารถช่วยให้ข้อความ เนื้อหา ของสิ่งที่ผู้ทำวิจัยต้องการจะให้ผู้อื่นทราบ ยังคงอยู่ครบถ้วน ไม่ตกหล่น หรือ ขาดหายไป
2. ในการเขียน  ต้องเขียนให้กระจ่าง ชัดเจน เพราะผู้อ่านไม่สามารถไต่ถามผู้เขียนได้ในกรณีที่อ่านไม่เข้าใจ 
3. มีการอ้างอิงงานวิจัยอื่นเพื่อให้งานวิจัยน่าเชื่อถือ และ หากมีการการนำงานวิจัยอื่นมาเขียนต้องเขียนอ้างอิงด้วย
4. มีวิธีการนำเสนอข้อมูลอย่างเหมาะสม เช่น การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบของ กราฟเส้น กราฟแท่ง หรือ ตาราง เป็นต้น
5. ควรเขียนด้วยภาษาทางการ สุภาพ และ เขียนให้ถูกต้องตามหลักของการเขียนงานวิจัย
องค์ประกอบที่สำคัญของการเขียนงานวิจัย มีดังนี้
>>บทคัดย่อ
>>กิตติกรรมประกาศ
>>สารบัญ
>>สารบัญรูป
>>สารบัญตาราง
>>บทที่ 1  บทนำ
>>บทที่ 2  เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
>>บทที่ 3  วิธีดำเนินการวิจัย
>>บทที่ 4  การวิเคราะห์ข้อมูล
>หลักการเขียนโดยทั่วไป  มีดังนี้
>>ข้อมูลถูกต้อง ใช้ภาษาได้ถูกต้องเหมาะสมตามกาลเทศะ
>>ใช้คำที่มีความหมายชัดเจน เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจได้ตรงตามจุดประสงค์
>>ใช้คำที่มีความกระชับและเรียบง่าย ไม่ฟุ่มเฟือย เพื่อให้ได้ใจความชัดเจนกระชับ  ไม่ทำให้ผู้อ่านเกิดความเบื่อหน่าย
>>มีความไพเราะทางภาษา คือ ใช้ภาษาสุภาพ
>>มีความรับผิดชอบ คือ ต้องแสดงความคิดเห็นอย่างสมเหตุสมผล มุ่งให้เกิดความรู้และทัศนคติอันเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น

จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าการสื่อสารทางการพูดและการเขียนมีบทบาทสำคัญต่องานวิจัยอย่างมาก หากผู้ทำการวิจัยทราบหลักการและวิธีปฏิบัติที่ถูกต้องแล้ว ก็จะสามารถนำเสนอและเผยแพร่งานวิจัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ เป็นที่ยอมรับของผู้ฟังและผู้อ่าน ส่งผลให้เกิดเป็นประโยชน์แก่สังคมต่อไป


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น