วันพฤหัสบดีที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ต้นไม้แปลกประหลาดในโลก

มาดูต้นไม้แปลกประปลาดในโลก  ใครหลายคนยังไม่เคยเห็น ... ^___^

ต้นไม้ แปลกที่สุด ในโลก *O* !!
ต้น Lone Cypress
ต้น Lone Cypress ขึ้นต้องแรงปะทะโดยลมหนาวจาก มหาสมุทรแปซิฟิกอยู่ที่ชายหาด Pebble ในมอนทาเร่ รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา แม้จะมีขนาด ไม่ใหญ่โตมาก แต่มันตั้งเด่นเป็นสง่า (แบบว้าเหว่) อยู่ท่ามกลางทัศนียภาพที่สวยงามของมหาสมุทรแปซิฟิ


ต้นไม้ แปลกที่สุด ในโลก *O* !!
ต้น Circus Axel Erlandson

ต้น Circus Axel Erlandson เกษตรกรปลูกถั่วคนหนึ่งได้ดัดแปลง และแกะสลักต้นไม้เป็นรูปร่างและลวดลายที่แสนมหัศจรรย์ จริงๆ เขาได้ตั้งชื่อมันว่าต้น "Circus" นี่คือตัวอย่างเจ้าต้น Circus ที่คิดว่ากว่าจะทำได้คงลำบากน่าดู


ต้นไม้ แปลกที่สุด ในโลก *O* !!
ต้น Giant Sequoias
ต้น Giant Sequoias ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในต้นไม้ที่ใหญ่ ที่สุดในโลก ปลูกใน เซียร์ร่า เนวาดา รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งต้น Giant Sequoias ที่ใหญ่ที่สุดคือพันธุ์ Genaeral Sherman ตั้งตระหง่านใหญ่ยักษ์อยู่ใน Sequoia National Park มีลำต้นสูงถึง 275 ฟุต ( 83.8 เมตร) และหนัก 6,000 ตัน

ต้นไม้ แปลกที่สุด ในโลก *O* !!
ต้น Coast Redwood 
ต้น Coast Redwood ถือเป็นต้นไม้ที่สูงที่สุดในโลก โดยเจ้าต้นที่ชื่อว่า Hyperion ใน Redwood National Park นั้นมีความสูงกว่า 379 ฟุต (115 เมตร) จุดเด่นของมันก็คือ ต้น Coast Redwood จะประกอบไปด้วยต้นแคลิฟอร์เนีย เรดวู้ดยักษ์ถึง 4 ต้น ซึ่งมันใหญ่ขนาดที่ว่าเราสามารถขับรถผ่านได้

ต้นไม้ แปลกที่สุด ในโลก *O* !!
 ต้น Chapel - Oak of Allouvill - Bellefosse
ต้น Chapel - Oak of Allouvill - Bellefosse เป็น ต้นไม้ที่มีชื่อเสียงที่สุดในฝรั่งเศส มันไม่ใช่เพียงแค่ ต้นไม้ธรรมดา แต่เป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาอีกด้วย ในปัจจุบันบางส่วนของโอ๊คต้นนี้ได้ร่วงเลยไปบ้างแล้ว ตามกาลเวลา แต่ผู้คนที่นั่นใช้เสาและสายเคเบิ้ลในการ รองรับต้นไม้เก่าแก่ต้นนี้

ต้นไม้ แปลกที่สุด ในโลก *O* !!
ต้น Pando หรือ Trembling Giant 
ต้น Pando หรือ Trembling Giant ในรัฐยูท่าห์ ประกอบไปด้วยกว่า 47,000 กิ่งก้านสาขาที่แผ่ขยายไป ทั่วพื้นที่ 107 เอเคอร์ หนักประมาณ 6,600 ตัน และมีระบบรากแก้วใต้ดินที่ใหญ่โตมาก เฉลี่ยแล้ว แต่ละกิ่งก้านนั้นมีอายุประมาณ 130 ปี รวมทั้งระบบ ของต้น Pando เหล่านี้ศิริอายุร่วม 80,000

ต้นไม้ แปลกที่สุด ในโลก *O* !!
ต้น Tule
ต้น Tule เป็นต้นที่ใหญ่ที่สุดในต้นไม้ตระกูล Montezuma Cypress ตั้งอยู่ใกล้กับเมือง Oaxaca ประเทศเม็กซิโก มีขนาดลำต้นโดยรอบ 190 ฟุต ( 58 เมตร) ซึ่งมีความหนาจนผู้คนพูดว่าแทนที่ คุณจะโอบกอดมัน…มันกลับโอบกอดคุณแทน

ต้นไม้ แปลกที่สุด ในโลก *O* !!
ต้น Banyan
ต้น Banyan ตั้งชื่อตาม "banians" หรือผู้บุกรุก ชาวฮินดูที่ทำกิจกรรมต่างๆ ภายใต้ต้นไม้นี้ และ ต้น Banyan เคยเป็นบ้านต้นไม้ของโรบินสัน ครูโซมาแล้วด้วย

ต้นไม้ แปลกที่สุด ในโลก *O* !!
 ต้นสน Bristlecone
ต้นสน Bristlecone ถือได้ว่าเป็นต้นไม้ที่เก่าแก่มาก ซึ่งพันธุ์ Methuselah นั้นจัดเป็นต้นไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ที่มีอายุ 4,838 ปี อยู่เหนือระดับน้ำทะเลถึง 11,000 ฟุต

ต้นไม้ แปลกที่สุด ในโลก *O* !!
ต้น Baobab หรือ ต้นขนมปังลิง! (monkey bread tree)
ต้น Baobab หรือ ต้นขนมปังลิง! (monkey bread tree) สามารถ เติบโตได้ถึง 100 ฟุตและกว้าง 35 ฟุต สิ่งแปลก ประหลาดของต้นไม้นี้ก็คือ ภายใต้ลำต้นที่บวมนี้ คือ ที่เก็บน้ำที่จุได้มากถึง 120,000 ลิตร ไว้ใช้ในสภาวะอากาศแห้งแล้ง 



แหล่งอ้างอิง : 
http://webboard.sanook.com
http://atcloud.com
http://www.dek-d.com

Communication for Research

บทบาทของการสื่อสารทั้งทางการพูดและการเขียนสำหรับการวิจัย 

.....การสื่อสาร คือ กระบวนการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสารระหว่างบุคคลต่อบุคลหรือบุคคลต่อกลุ่ม โดยใช้สัญลักษณ์ สัญญาณ หรือ พฤติกรรมที่เข้าใจกัน
.....การวิจัย คือ กระบวนการหาความรู้ความจริงใหม่  ที่มีระบบแบบแผนตามหลักวิชา  อาศัยหลักเหตุผล ที่รอบคอบ  รัดกุม ละเอียดและเชื่อถือได้  และความรู้ความจริงนั้นจะนำไปเป็นหลักการ ทฤษฎี หรือ ข้อปฏิบัติที่ทำให้มนุษย์ได้รับรู้และนำไปใช้เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตด้วยความสงบสุขหรือป้องกันและหลีกเลี่ยงภัยอันตรายต่าง ๆ ได้ 

.....บทบาทของการสื่อสารทางการพูดและการเขียนที่มีผลต่อการวิจัย
..........ผู้ทำงานวิจัยหรือเจ้าของงานวิจัยจะนำเสนอผลงานผ่านทางการพูดและการเขียน  เพื่อเผยแพร่งานวิจัยที่ตนเองค้นพบหรืองานวิจัยที่ตนเองศึกษาต่อไป

.....การสื่อสารทางการพูดต่อการวิจัย
km.kmutt.ac.th
..........การสื่อสารทางการพูด คือ เครื่องมือที่มนุษย์ใช้ในการสื่อสารระหว่างกัน เพื่อถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความรู้สึก หรือ ความต้องการของผู้พูด เพื่อสื่อความหมายไปยังผู้ฟังโดยใช้ถ้อยคำ น้ำเสียง และ อากัปกิริยาท่าทาง จนเป็นที่เข้าใจกันได้
..........การพูดเพื่อการวิจัย ผู้พูดมีวัตถุประสงค์ในการพูดเพื่อที่จะให้ผู้ฟังรับรู้และเข้าใจในงานวิจัยของตน ผ่านสิ่งที่ตนสื่อสารออกไปทางคำพูด บทบาทของการพูดที่มีผลต่อการวิจัย เช่น
1. เพื่อให้ผู้ฟังรับรู้และเข้าใจงานวิจัยที่ผู้พูดสื่อออกไป
2. หากผู้พูดมีการพูดอ้างอิงถึงงานวิจัยอื่นที่ได้รับการยอมรับ เพื่อสนับสนุนและยืนยันงานวิจัยของตนให้น่าเชื่อถือจากผู้ฟัง
3. ไม่ควรอ่านหรือท่อง ควรพูดให้เป็นธรรมชาติที่สุด เหมือนกับเป็นการพูด หรือ  อธิบาย เพื่อไม่ให้น่าเบื่อจนเกินไป และ เพื่อแสดงให้เห็นว่าผู้พูดมีความรู้และความเข้าใจในงานวิจัยของตนอย่างแท้จริง
4. ผู้พูดควรจัดลำดับสิ่งที่จะพูด เริ่มจากการพูดถึงภาพรวมของงานวิจัย และ  อธิบายทีละขั้นตอน โดยยึดกลุ่มผู้ฟังเป็นสำคัญว่าควรพูดให้เจาะรายละเอียดลงลึกงานวิจัยของตนให้ผู้ฟังมากน้อยเพียงใด
5. ผู้พูดควรวางตัวให้หน้าเชื่อถือ และ มีมารยาทในการพูด
มารยาทที่ผู้พูดควรปฏิบัติ เช่น
>>ทักทายผู้ฟังให้ถูกต้อง เหมาะสม ตามสถานภาพผู้ฟัง 
>>ใช้คำพูดที่แสดงถึงความมีมารยาทอยู่เสมอ เช่น ขอโทษ ขอบใจ ขอบคุณ
>>ใช้คำพูดและน้ำเสียงที่สุภาพ ให้เกียรติผู้ฟัง ไม่ใช้น้ำเสียงดุดัน หยาบคาย
>>ไม่พูดยืดยาว นอกประเด็น พูดวกวนซ้ำซากจนน่าเบื่อ

.....การสื่อสารทางการเขียนต่อการวิจัย
หลักการเขียนกิตติกรรมประกาศ
www.zoneza.com
..........การสื่อสารทางการเขียน คือ การแสดงความรู้ ความคิด ความรู้สึก และ ความต้องการ ของผู้ส่งสารออกไปเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้ผู้รับสารสามารถอ่านเข้าใจ  ได้รับทราบ
..........การเขียนเพื่อการวิจัย ผู้เขียนมีวัตถุประสงค์ในการเขียนเพื่อที่จะให้ผู้อ่านรับรู้และเข้าใจในงานวิจัยของตนผ่านงานเขียน บทบาทของการเขียนที่มีผลต่อการวิจัย  เช่น
1. งานวิจัยหากมีการถ่ายทอดโดยวิธีบอกเล่า การพูด อาจทำให้ข้อความตกหล่นหรือคลาดเคลื่อนได้ง่าย การเขียนจึงสามารถช่วยให้ข้อความ เนื้อหา ของสิ่งที่ผู้ทำวิจัยต้องการจะให้ผู้อื่นทราบ ยังคงอยู่ครบถ้วน ไม่ตกหล่น หรือ ขาดหายไป
2. ในการเขียน  ต้องเขียนให้กระจ่าง ชัดเจน เพราะผู้อ่านไม่สามารถไต่ถามผู้เขียนได้ในกรณีที่อ่านไม่เข้าใจ 
3. มีการอ้างอิงงานวิจัยอื่นเพื่อให้งานวิจัยน่าเชื่อถือ และ หากมีการการนำงานวิจัยอื่นมาเขียนต้องเขียนอ้างอิงด้วย
4. มีวิธีการนำเสนอข้อมูลอย่างเหมาะสม เช่น การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบของ กราฟเส้น กราฟแท่ง หรือ ตาราง เป็นต้น
5. ควรเขียนด้วยภาษาทางการ สุภาพ และ เขียนให้ถูกต้องตามหลักของการเขียนงานวิจัย
องค์ประกอบที่สำคัญของการเขียนงานวิจัย มีดังนี้
>>บทคัดย่อ
>>กิตติกรรมประกาศ
>>สารบัญ
>>สารบัญรูป
>>สารบัญตาราง
>>บทที่ 1  บทนำ
>>บทที่ 2  เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
>>บทที่ 3  วิธีดำเนินการวิจัย
>>บทที่ 4  การวิเคราะห์ข้อมูล
>หลักการเขียนโดยทั่วไป  มีดังนี้
>>ข้อมูลถูกต้อง ใช้ภาษาได้ถูกต้องเหมาะสมตามกาลเทศะ
>>ใช้คำที่มีความหมายชัดเจน เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจได้ตรงตามจุดประสงค์
>>ใช้คำที่มีความกระชับและเรียบง่าย ไม่ฟุ่มเฟือย เพื่อให้ได้ใจความชัดเจนกระชับ  ไม่ทำให้ผู้อ่านเกิดความเบื่อหน่าย
>>มีความไพเราะทางภาษา คือ ใช้ภาษาสุภาพ
>>มีความรับผิดชอบ คือ ต้องแสดงความคิดเห็นอย่างสมเหตุสมผล มุ่งให้เกิดความรู้และทัศนคติอันเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น

จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าการสื่อสารทางการพูดและการเขียนมีบทบาทสำคัญต่องานวิจัยอย่างมาก หากผู้ทำการวิจัยทราบหลักการและวิธีปฏิบัติที่ถูกต้องแล้ว ก็จะสามารถนำเสนอและเผยแพร่งานวิจัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ เป็นที่ยอมรับของผู้ฟังและผู้อ่าน ส่งผลให้เกิดเป็นประโยชน์แก่สังคมต่อไป